การปลูกข้าวจ้าวในกรุงเทพมหานคร

กรุงเทพมหานครมีนิติบุคคลหมวดนี้ 105 ราย ดำเนินกิจการอยู่ 36 ราย (อัตราคงอยู่ 34% เทียบระดับประเทศของหมวด 49%) ทุนจดทะเบียนรวม 1.15 พันล้านบาท — คิดเป็นราว 7.5% ของผู้เล่นหมวดนี้ทั้งประเทศ

นิติบุคคลทั้งหมด

105

ดำเนินกิจการ

36

อัตราคงอยู่

34%

ทุนรวม

฿1.15 พันล้าน

ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในจังหวัด

แยกตามอำเภอ

  1. 1เขตบางกะปิ4 ราย
  2. 2เขตบางรัก4 ราย
  3. 3เขตปทุมวัน4 ราย
  4. 4เขตจตุจักร3 ราย
  5. 5เขตวัฒนา3 ราย
  6. 6เขตบางนา2 ราย
อำเภอที่มีผู้เล่นหมวดนี้ดำเนินกิจการมากที่สุด 6 อันดับแรก

รายชื่อเป้าหมาย B2B: การปลูกข้าวจ้าวในกรุงเทพมหานคร

ทั้ง 36 รายที่ดำเนินกิจการ พร้อมที่ตั้ง ช่องทางติดต่อ และความพร้อมด้านดิจิทัล เรียงตามทุนจดทะเบียน

มุมมองจาก Whale Task

อ่านการปลูกข้าวจ้าวในกรุงเทพมหานครในมุมระบบและข้อมูล — ธุรกิจเกษตร ประมง และแปรรูปผลผลิตในพื้นที่ควรเริ่มจากจุดไหน

บทวิเคราะห์เฉพาะของหมวดการปลูกข้าวจ้าวในกรุงเทพมหานคร ประมวลจากตัวเลขในสแนปช็อตล่าสุดของ WhaleScope และแนวทางระบบที่ Whale Task ใช้กับธุรกิจเกษตร ประมง และแปรรูปผลผลิต

ในตลาดการปลูกข้าวจ้าวของกรุงเทพมหานคร ผู้เล่นที่ยังเปิดอยู่มี 36 ราย (จากที่เคยจดทะเบียน 105 ราย) คิดเป็นราว 7.5% ของทั้งประเทศ ทุนรวม 1.15 พันล้านบาท อัตราคงอยู่ในจังหวัด (34%) ต่ำกว่าระดับประเทศของหมวด (49%) — ตลาดที่หมุนเวียนเร็ว ผู้เล่นที่ยังอยู่จึงเป็นข้อได้เปรียบในตัวเอง ผู้เล่นกระจุกตัวในเขตบางกะปิ (4) เขตบางรัก (4) เขตปทุมวัน (4) — สามอำเภอนี้รวมกันราว 33% ของผู้เล่นที่ยังเปิดอยู่ทั้งจังหวัด ผู้จดทะเบียนใหม่ของการปลูกข้าวจ้าวในกรุงเทพมหานครสามปีล่าสุด (2566: 3 ราย · 2567: 1 ราย · 2568: 8 ราย) ผู้เข้าใหม่ทรงตัว

เมื่อมองจากหน้างาน ธุรกิจเกษตรและแปรรูปส่วนใหญ่ยังบันทึกการรับซื้อผลผลิตด้วยสมุดและไลน์ ราคาต่อรอบเปลี่ยนตามฤดู และคุณภาพแต่ละล็อตต่างกันจนต้นทุนจริงต่อกิโลกรัมรู้ทีหลังเสมอ กำไรของธุรกิจเกษตรอยู่ที่ส่วนต่างระหว่างราคารับซื้อรายวันกับราคาขายรายรอบ — ตัวเลขที่ต้องเห็นต่อล็อต ไม่ใช่ต่อปี ความเสี่ยงหลักคือฤดูกาล — ปริมาณและราคาผลผลิตแกว่งทั้งปี ธุรกิจที่เทียบข้อมูลข้ามปีได้จึงวางแผนซื้อและจ้างคนได้ก่อนคู่แข่ง สำหรับผู้เล่นทั่วไปของหมวด (ธุรกิจขนาดเล็กตามค่ามัธยฐาน) ระบบแรกที่คุ้มสำหรับกิจการขนาดนี้คือบันทึกรับซื้อต่อล็อตพร้อมคุณภาพและราคา ให้ต้นทุนต่อกิโลกรัมออกมาเองทุกวัน

หัวตารางของการปลูกข้าวจ้าวในจังหวัด: ดินสู่ฟ้า (60 ล้านบาท เขตดินแดง) เอ.ไอ.เอส.อะกริคัลเจอร์ (27 ล้านบาท เขตคลองเตย) แก่งกระจาน เนเชอร์ พอยท์รีสอร์ท (20 ล้านบาท เขตภาษีเจริญ) ทีม Whale Task ทำงานกับธุรกิจในกรุงเทพมหานครอยู่แล้ว และเริ่มทุกงานจากการเข้าไปดูหน้างานจริง — ธุรกิจเกษตร ประมง และแปรรูปผลผลิตในพื้นที่จึงนัดเจอตัวได้ เรื่องที่เลือกมาให้ธุรกิจเกษตร ประมง และแปรรูปผลผลิตในกรุงเทพมหานครเริ่มอ่านคือ ทุเรียนลับแล: ธุรกิจที่ต้องทำเงินทั้งปีในไม่กี่สัปดาห์ — และราคาพรีเมียมที่อยู่ได้ด้วยแหล่งที่มาที่พิสูจน์ได้

มีการปลูกข้าวจ้าวในกรุงเทพมหานครกี่ราย
ตามข้อมูลสาธารณะ กรุงเทพมหานครมีนิติบุคคลหมวดการปลูกข้าวจ้าว (TSIC 01121) ทั้งหมด 105 ราย ดำเนินกิจการอยู่ 36 ราย (อัตราคงอยู่ 34% เทียบระดับประเทศของหมวด 49%) ทุนจดทะเบียนรวม 1.15 พันล้านบาท กระจุกตัวในเขตบางกะปิ เขตบางรัก เขตปทุมวัน — ประมวลโดย WhaleScope
ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของการปลูกข้าวจ้าวในกรุงเทพมหานครคือใคร
เมื่อเรียงตามทุนจดทะเบียน ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของการปลูกข้าวจ้าวในกรุงเทพมหานครคือ ดินสู่ฟ้า (60 ล้านบาท เขตดินแดง) เอ.ไอ.เอส.อะกริคัลเจอร์ (27 ล้านบาท เขตคลองเตย) แก่งกระจาน เนเชอร์ พอยท์รีสอร์ท (20 ล้านบาท เขตภาษีเจริญ) — ข้อมูลสาธารณะประมวลโดย WhaleScope
ธุรกิจเกษตร ประมง และแปรรูปผลผลิตในกรุงเทพมหานครควรเริ่มวางระบบจากจุดไหน
ระบบแรกที่คุ้มสำหรับกิจการขนาดนี้คือบันทึกรับซื้อต่อล็อตพร้อมคุณภาพและราคา ให้ต้นทุนต่อกิโลกรัมออกมาเองทุกวัน ตัวเลขที่ตัดสินกำไรคือต้นทุนต่อกิโลกรัมของแต่ละล็อตหลังหักของเสีย ไม่ใช่ราคาขายเฉลี่ย — แนวทางจาก Whale Task ซึ่งมีทีมทำงานกับธุรกิจในกรุงเทพมหานครอยู่แล้ว ประกอบข้อมูลสาธารณะที่ WhaleScope ประมวล

ดูโครงสร้างตลาดของหมวดทั้งประเทศ →ดูทุกหมวดธุรกิจในกรุงเทพมหานคร →