การปลูกพืชยืนต้นประเภทอื่นๆซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่นในกรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานครมีนิติบุคคลหมวดนี้ 187 ราย ดำเนินกิจการอยู่ 123 ราย (อัตราคงอยู่ 66% เทียบระดับประเทศของหมวด 65%) ทุนจดทะเบียนรวม 6.78 พันล้านบาท — คิดเป็นราว 57.2% ของผู้เล่นหมวดนี้ทั้งประเทศ
นิติบุคคลทั้งหมด
187
ดำเนินกิจการ
123
อัตราคงอยู่
66%
ทุนรวม
฿6.78 พันล้าน
ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในจังหวัด
อัตราคงอยู่ในกรุงเทพมหานคร
ดำเนินกิจการอยู่ 123 จาก 187 ราย — ระดับประเทศของหมวด 65%
10 อันดับทุนจดทะเบียนสูงสุดของหมวดในกรุงเทพมหานคร
- 1นว 84เขตบางรัก฿1.5 พันล้าน
- 284เขตบางรัก฿1.5 พันล้าน
- 3เพชรเกษมการเกษตรเขตราชเทวี฿580 ล้าน
- 4ซี.พี.เค.แพลนเตชั่นเขตห้วยขวาง฿400 ล้าน
- 5พัฒนา เรียลเอสเตทเขตหลักสี่฿280 ล้าน
- 6ป่าเขา ลำเนาไพรเขตบางซื่อ฿200 ล้าน
- 7โคโรน่า เทรดดิ้งเขตทวีวัฒนา฿170.6 ล้าน
- 8นิมิตรเทพเขตคลองสาน฿152.3 ล้าน
- 9กฤตรักษา ฟลอเรสท์เขตบางกอกน้อย฿130 ล้าน
- 10ภูยานนท์เขตพญาไท฿107 ล้าน
แยกตามอำเภอ
- 1เขตคลองเตย7 ราย
- 2เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย7 ราย
- 3เขตวัฒนา7 ราย
- 4เขตบางกะปิ6 ราย
- 5เขตบางนา6 ราย
- 6เขตปทุมวัน6 ราย
รายชื่อเป้าหมาย B2B: การปลูกพืชยืนต้นประเภทอื่นๆซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่นในกรุงเทพมหานคร
ทั้ง 123 รายที่ดำเนินกิจการ พร้อมที่ตั้ง ช่องทางติดต่อ และความพร้อมด้านดิจิทัล เรียงตามทุนจดทะเบียน
มุมมองจาก Whale Task
อ่านการปลูกพืชยืนต้นประเภทอื่นๆซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่นในกรุงเทพมหานครในมุมระบบและข้อมูล — ธุรกิจเกษตร ประมง และแปรรูปผลผลิตในพื้นที่ควรเริ่มจากจุดไหน
บทวิเคราะห์เฉพาะของหมวดการปลูกพืชยืนต้นประเภทอื่นๆซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่นในกรุงเทพมหานคร ประมวลจากตัวเลขในสแนปช็อตล่าสุดของ WhaleScope และแนวทางระบบที่ Whale Task ใช้กับธุรกิจเกษตร ประมง และแปรรูปผลผลิต
ในตลาดการปลูกพืชยืนต้นประเภทอื่นๆซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่นของกรุงเทพมหานคร ผู้เล่นที่ยังเปิดอยู่มี 123 ราย (จากที่เคยจดทะเบียน 187 ราย) คิดเป็นราว 57.2% ของทั้งประเทศ ทุนรวม 6.78 พันล้านบาท อัตราคงอยู่ในจังหวัด (66%) ใกล้เคียงระดับประเทศของหมวด (65%) ผู้เล่นกระจุกตัวในเขตคลองเตย (7) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย (7) เขตวัฒนา (7) — สามอำเภอนี้รวมกันราว 17% ของผู้เล่นที่ยังเปิดอยู่ทั้งจังหวัด ผู้จดทะเบียนใหม่ของการปลูกพืชยืนต้นประเภทอื่นๆซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่นในกรุงเทพมหานครสามปีล่าสุด (2566: 6 ราย · 2567: 4 ราย) ผู้เข้าใหม่ทรงตัว
เมื่อมองจากหน้างาน ธุรกิจเกษตรและแปรรูปส่วนใหญ่ยังบันทึกการรับซื้อผลผลิตด้วยสมุดและไลน์ ราคาต่อรอบเปลี่ยนตามฤดู และคุณภาพแต่ละล็อตต่างกันจนต้นทุนจริงต่อกิโลกรัมรู้ทีหลังเสมอ กำไรของธุรกิจเกษตรอยู่ที่ส่วนต่างระหว่างราคารับซื้อรายวันกับราคาขายรายรอบ — ตัวเลขที่ต้องเห็นต่อล็อต ไม่ใช่ต่อปี ความเสี่ยงหลักคือฤดูกาล — ปริมาณและราคาผลผลิตแกว่งทั้งปี ธุรกิจที่เทียบข้อมูลข้ามปีได้จึงวางแผนซื้อและจ้างคนได้ก่อนคู่แข่ง สำหรับผู้เล่นทั่วไปของหมวด (ธุรกิจขนาดกลางตามค่ามัธยฐาน) ในขนาดนี้ ระบบที่ควรมีคือการตรวจสอบย้อนกลับต่อล็อตที่ผูกกับต้นทุนและการขาย ซึ่งลูกค้ารายใหญ่และผู้ส่งออกเริ่มขอ
หัวตารางของการปลูกพืชยืนต้นประเภทอื่นๆซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่นในจังหวัด: นว 84 (1.5 พันล้านบาท เขตบางรัก) 84 (1.5 พันล้านบาท เขตบางรัก) เพชรเกษมการเกษตร (580 ล้านบาท เขตราชเทวี) ทีม Whale Task ทำงานกับธุรกิจในกรุงเทพมหานครอยู่แล้ว และเริ่มทุกงานจากการเข้าไปดูหน้างานจริง — ธุรกิจเกษตร ประมง และแปรรูปผลผลิตในพื้นที่จึงนัดเจอตัวได้ เรื่องที่เลือกมาให้ธุรกิจเกษตร ประมง และแปรรูปผลผลิตในกรุงเทพมหานครเริ่มอ่านคือ ทุเรียนลับแล: ธุรกิจที่ต้องทำเงินทั้งปีในไม่กี่สัปดาห์ — และราคาพรีเมียมที่อยู่ได้ด้วยแหล่งที่มาที่พิสูจน์ได้
อุตสาหกรรม · อ่าน 8 นาทีทุเรียนลับแล: ธุรกิจที่ต้องทำเงินทั้งปีในไม่กี่สัปดาห์ — และราคาพรีเมียมที่อยู่ได้ด้วยแหล่งที่มาที่พิสูจน์ได้หลงลับแลและหลินลับแลออกราวพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ปลูกได้ในสามอำเภอ และขายในราคาที่สื่อธุรกิจรายงานว่าแตะหลักสามร้อยบาทต่อกิโลกรัมในบางฤดู — ราคานั้นคือคำกล่าวอ้างเรื่องแหล่งที่มา และล้งที่บันทึกไม่ทันในฤดูที่ยุ่งที่สุด กำลังปล่อยให้คำกล่าวอ้างนั้นถูกใช้โดยคนอื่น
อุตสาหกรรม · อ่าน 8 นาทีพิจิตร: โรงสีที่รู้ราคาข้าวทุกวัน แต่ไม่รู้ต้นทุนข้าวสารกองไหนเลย — ความชื้น อัตราแปรสภาพ และกองที่ปนกันโรงสีคือธุรกิจที่ซื้อของหนึ่งอย่างแล้วขายของสี่อย่าง — ข้าวสาร ปลายข้าว รำ และแกลบ — จากวัตถุดิบที่น้ำหนักเปลี่ยนตามความชื้นและผลผลิตเปลี่ยนตามล็อต เจ้าของที่รู้ราคารับซื้อวันนี้แม่นยำถึงสตางค์ มักตอบไม่ได้ว่าข้าวสารกองที่กำลังขายมีต้นทุนกิโลกรัมละเท่าไร และนั่นคือจุดที่กำไรของโรงสีหายไปก่อนถึงบัญชี
อุตสาหกรรม · อ่าน 6 นาทีบริหารกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์: รวมผลผลิต จ่ายสมาชิกให้เป็นธรรม และสร้างความไว้ใจด้วยความโปร่งใสกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์รวมพลังให้ต่อรองและขายได้ดีกว่าเกษตรกรเดี่ยว แต่พลังนั้นพังง่ายถ้าการรับซื้อ การคิดคุณภาพ และการจ่ายเงินสมาชิกไม่โปร่งใส ระบบที่บันทึกทุกการรับซื้อและจ่ายอย่างชัดเจน คือสิ่งที่รักษาความไว้ใจซึ่งเป็นหัวใจของการรวมกลุ่ม
- มีการปลูกพืชยืนต้นประเภทอื่นๆซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่นในกรุงเทพมหานครกี่ราย
- ตามข้อมูลสาธารณะ กรุงเทพมหานครมีนิติบุคคลหมวดการปลูกพืชยืนต้นประเภทอื่นๆซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น (TSIC 01299) ทั้งหมด 187 ราย ดำเนินกิจการอยู่ 123 ราย (อัตราคงอยู่ 66% เทียบระดับประเทศของหมวด 65%) ทุนจดทะเบียนรวม 6.78 พันล้านบาท กระจุกตัวในเขตคลองเตย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตวัฒนา — ประมวลโดย WhaleScope
- ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของการปลูกพืชยืนต้นประเภทอื่นๆซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่นในกรุงเทพมหานครคือใคร
- เมื่อเรียงตามทุนจดทะเบียน ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของการปลูกพืชยืนต้นประเภทอื่นๆซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่นในกรุงเทพมหานครคือ นว 84 (1.5 พันล้านบาท เขตบางรัก) 84 (1.5 พันล้านบาท เขตบางรัก) เพชรเกษมการเกษตร (580 ล้านบาท เขตราชเทวี) — ข้อมูลสาธารณะประมวลโดย WhaleScope
- ธุรกิจเกษตร ประมง และแปรรูปผลผลิตในกรุงเทพมหานครควรเริ่มวางระบบจากจุดไหน
- ในขนาดนี้ ระบบที่ควรมีคือการตรวจสอบย้อนกลับต่อล็อตที่ผูกกับต้นทุนและการขาย ซึ่งลูกค้ารายใหญ่และผู้ส่งออกเริ่มขอ ตัวเลขที่ตัดสินกำไรคือต้นทุนต่อกิโลกรัมของแต่ละล็อตหลังหักของเสีย ไม่ใช่ราคาขายเฉลี่ย — แนวทางจาก Whale Task ซึ่งมีทีมทำงานกับธุรกิจในกรุงเทพมหานครอยู่แล้ว ประกอบข้อมูลสาธารณะที่ WhaleScope ประมวล
ดูโครงสร้างตลาดของหมวดทั้งประเทศ →ดูทุกหมวดธุรกิจในกรุงเทพมหานคร →