ร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในกรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานครมีนิติบุคคลหมวดนี้ 5,314 ราย ดำเนินกิจการอยู่ 3,023 ราย (อัตราคงอยู่ 57% เทียบระดับประเทศของหมวด 64%) ทุนจดทะเบียนรวม 32.7 พันล้านบาท — คิดเป็นราว 45.4% ของผู้เล่นหมวดนี้ทั้งประเทศ
นิติบุคคลทั้งหมด
5,314
ดำเนินกิจการ
3,023
อัตราคงอยู่
57%
ทุนรวม
฿32.7 พันล้าน
ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในจังหวัด
อัตราคงอยู่ในกรุงเทพมหานคร
ดำเนินกิจการอยู่ 3,023 จาก 5,314 ราย — ระดับประเทศของหมวด 64%
10 อันดับทุนจดทะเบียนสูงสุดของหมวดในกรุงเทพมหานคร
- 1แอปโซลูท อิมแพคเขตห้วยขวาง฿2 พันล้าน
- 2เอ็มเอสดี (ประเทศไทย)เขตปทุมวัน฿957.4 ล้าน
- 3แอ๊ดว้านซ์ฟาร์ม่าเขตสาทร฿792.4 ล้าน
- 4สมิธ แอนด์ เนฟฟิวเขตห้วยขวาง฿512 ล้าน
- 5เฟรซีเนียส เมดิคอล แคร์เขตปทุมวัน฿425 ล้าน
- 6ไลฟวิชั่นเขตดุสิต฿425 ล้าน
- 7แบ็กซ์เตอร์ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย)เขตราชเทวี฿411 ล้าน
- 8อินเตอร์เว็ท (ประเทศไทย)เขตสาทร฿400 ล้าน
- 9เฮลท์ อัพบางนากรุงเทพมหานคร฿350 ล้าน
- 10สไตรเกอร์ (ประเทศไทย)เขตจตุจักร฿347.5 ล้าน
แยกตามอำเภอ
- 1เขตวัฒนา148 ราย
- 2เขตบางเขน134 ราย
- 3เขตบางกะปิ127 ราย
- 4เขตจตุจักร120 ราย
- 5เขตห้วยขวาง108 ราย
- 6เขตวังทองหลาง106 ราย
รายชื่อเป้าหมาย B2B: ร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในกรุงเทพมหานคร
ทั้ง 3,023 รายที่ดำเนินกิจการ พร้อมที่ตั้ง ช่องทางติดต่อ และความพร้อมด้านดิจิทัล เรียงตามทุนจดทะเบียน
มุมมองจาก Whale Task
อ่านร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในกรุงเทพมหานครในมุมระบบและข้อมูล — ธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ในพื้นที่ควรเริ่มจากจุดไหน
บทวิเคราะห์เฉพาะของหมวดร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในกรุงเทพมหานคร ประมวลจากตัวเลขในสแนปช็อตล่าสุดของ WhaleScope และแนวทางระบบที่ Whale Task ใช้กับธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์
ในตลาดร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ของกรุงเทพมหานคร ผู้เล่นที่ยังเปิดอยู่มี 3,023 ราย (จากที่เคยจดทะเบียน 5,314 ราย) คิดเป็นราว 45.4% ของทั้งประเทศ ทุนรวม 32.7 พันล้านบาท อัตราคงอยู่ในจังหวัด (57%) ต่ำกว่าระดับประเทศของหมวด (64%) — ตลาดที่หมุนเวียนเร็ว ผู้เล่นที่ยังอยู่จึงเป็นข้อได้เปรียบในตัวเอง ผู้เล่นกระจุกตัวในเขตวัฒนา (148) เขตบางเขน (134) เขตบางกะปิ (127) — สามอำเภอนี้รวมกันราว 14% ของผู้เล่นที่ยังเปิดอยู่ทั้งจังหวัด ผู้จดทะเบียนใหม่ของร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในกรุงเทพมหานครสามปีล่าสุด (2566: 254 ราย · 2567: 200 ราย · 2568: 233 ราย) ผู้เข้าใหม่กำลังเพิ่มขึ้น — การแข่งขันในจังหวัดจะแน่นขึ้นในสองปีข้างหน้า เส้นอัตรารอดในจังหวัด: ผู้เล่นที่เริ่มเมื่อ 3 ปีก่อน เหลือ 91% · เริ่มเมื่อ 5 ปีก่อน เหลือ 82% · เริ่มเมื่อ 10 ปีก่อน เหลือ 58%
เมื่อมองจากหน้างานของธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ ร้านยาส่วนใหญ่ยังนับสต๊อกที่หมดอายุได้ด้วยมือ จำประวัติลูกค้าประจำด้วยเภสัชกร และรู้ว่ายาล็อตไหนใกล้หมดอายุตอนหยิบ ตัวเลขที่ตัดสินกำไรคือยาที่หมดอายุบนชั้นและลูกค้าประจำที่กลับมาซ้ำ ความเสี่ยงคือเครือร้านยาขนาดใหญ่ที่แข่งด้วยราคาและระบบสมาชิก ร้านเดี่ยวจึงต้องชนะด้วยความสัมพันธ์ที่มีข้อมูลรองรับ ระบบแรกที่คุ้มคือ POS ที่คุมล็อตและวันหมดอายุพร้อมเตือนก่อนเสีย และประวัติลูกค้าที่ผูกกับการเตือนรับยาต่อเนื่อง — จุดเริ่มที่ Whale Task แนะนำให้ผู้เล่นส่วนใหญ่ของหมวดนี้
หัวตารางของร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในจังหวัด: แอปโซลูท อิมแพค (2 พันล้านบาท เขตห้วยขวาง) เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) (957.4 ล้านบาท เขตปทุมวัน) แอ๊ดว้านซ์ฟาร์ม่า (792.4 ล้านบาท เขตสาทร) ทีม Whale Task ทำงานกับธุรกิจในกรุงเทพมหานครอยู่แล้ว และเริ่มทุกงานจากการเข้าไปดูหน้างานจริง — ธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ในพื้นที่จึงนัดเจอตัวได้ เรื่องที่เลือกมาให้ธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ในกรุงเทพมหานครเริ่มอ่านคือ Open-to-Buy: งบซื้อของเข้าที่คำนวณจากแผนขาย ไม่ใช่จากความรู้สึกว่าของใกล้หมด
ค้าปลีกและร้านอาหาร · อ่าน 9 นาทีOpen-to-Buy: งบซื้อของเข้าที่คำนวณจากแผนขาย ไม่ใช่จากความรู้สึกว่าของใกล้หมดสต๊อกจมเกือบทั้งหมดเกิดในวินาทีที่กดสั่งซื้อ Open-to-Buy คือวินัยการเงินของฝ่ายจัดซื้อค้าปลีกที่ตอบคำถามเดียว: เดือนนี้เหลือสิทธิ์ซื้อของเข้าอีกกี่บาท บทความนี้ให้สูตรเต็ม ตัวอย่างคำนวณย้อนได้ทุกบรรทัด เหตุผลที่มันหยุดทั้งการซื้อเกินและของขาด และวิธีเริ่มใช้กับร้านที่ไม่เคยวางแผนซื้อมาก่อน
ค้าปลีกและร้านอาหาร · อ่าน 6 นาทีPOS อย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่เชื่อมสต็อกและรายงาน: ทำไมยอดขายเยอะแต่กำไรไม่ขึ้นPOS ที่ดีช่วยขายได้เร็ว แต่ถ้าไม่เชื่อมกับสต็อกและรายงาน เจ้าของก็ยังไม่รู้ว่ากำไรจริงอยู่ตรงไหน ของหายตรงไหน และเมนูหรือสินค้าไหนกำไรบาง บทความนี้อธิบายว่าทำไม POS อย่างเดียวไม่พอ และการเชื่อมสต็อกกับรายงานเปลี่ยนอะไร
ค้าปลีกและร้านอาหาร · อ่าน 8 นาทีปิดยอดสิ้นวันแล้วเงินไม่ตรง: วางระบบปิดกะที่จับเงินขาด-เงินเกินได้ทุกวัน ไม่ใช่ปลายเดือนเงินในลิ้นชักไม่ตรงกับตัวเลขในระบบคือปัญหาที่ทุกร้านเจอ แต่ร้านส่วนใหญ่เลือกระหว่างทำเป็นมองไม่เห็นกับกล่าวหาพนักงาน ทั้งที่คำตอบคือกระบวนการ: สูตรเงินที่ควรมีในลิ้นชัก การนับแบบไม่เห็นเป้า และบันทึกส่วนต่างรายกะที่เปลี่ยนเรื่องเงินหายจากดราม่าเป็นข้อมูล
- มีร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในกรุงเทพมหานครกี่ราย
- ตามข้อมูลสาธารณะ กรุงเทพมหานครมีนิติบุคคลหมวดร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ (TSIC 47721) ทั้งหมด 5,314 ราย ดำเนินกิจการอยู่ 3,023 ราย (อัตราคงอยู่ 57% เทียบระดับประเทศของหมวด 64%) ทุนจดทะเบียนรวม 32.7 พันล้านบาท กระจุกตัวในเขตวัฒนา เขตบางเขน เขตบางกะปิ — ประมวลโดย WhaleScope
- ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในกรุงเทพมหานครคือใคร
- เมื่อเรียงตามทุนจดทะเบียน ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในกรุงเทพมหานครคือ แอปโซลูท อิมแพค (2 พันล้านบาท เขตห้วยขวาง) เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) (957.4 ล้านบาท เขตปทุมวัน) แอ๊ดว้านซ์ฟาร์ม่า (792.4 ล้านบาท เขตสาทร) — ข้อมูลสาธารณะประมวลโดย WhaleScope
- ธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ในกรุงเทพมหานครควรเริ่มวางระบบจากจุดไหน
- ระบบแรกที่คุ้มคือ POS ที่คุมล็อตและวันหมดอายุพร้อมเตือนก่อนเสีย และประวัติลูกค้าที่ผูกกับการเตือนรับยาต่อเนื่อง ตัวเลขที่ตัดสินกำไรคือยาที่หมดอายุบนชั้นและลูกค้าประจำที่กลับมาซ้ำ — แนวทางจาก Whale Task ซึ่งมีทีมทำงานกับธุรกิจในกรุงเทพมหานครอยู่แล้ว ประกอบข้อมูลสาธารณะที่ WhaleScope ประมวล
ดูโครงสร้างตลาดของหมวดทั้งประเทศ →ดูทุกหมวดธุรกิจในกรุงเทพมหานคร →