ร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีนิติบุคคลหมวดนี้ 58 ราย ดำเนินกิจการอยู่ 41 ราย (อัตราคงอยู่ 71% เทียบระดับประเทศของหมวด 64%) ทุนจดทะเบียนรวม 120 ล้านบาท — คิดเป็นราว 0.6% ของผู้เล่นหมวดนี้ทั้งประเทศ

นิติบุคคลทั้งหมด

58

ดำเนินกิจการ

41

อัตราคงอยู่

71%

ทุนรวม

฿120 ล้าน

ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในจังหวัด

อัตราคงอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 71%
71%

อัตราคงอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ดำเนินกิจการอยู่ 41 จาก 58 ราย — ระดับประเทศของหมวด 64%

แยกตามอำเภอ

  1. 1พระนครศรีอยุธยา14 ราย
  2. 2บางปะอิน6 ราย
  3. 3อุทัย5 ราย
  4. 4วังน้อย4 ราย
  5. 5บางไทร3 ราย
  6. 6นครหลวง2 ราย
อำเภอที่มีผู้เล่นหมวดนี้ดำเนินกิจการมากที่สุด 6 อันดับแรก

รายชื่อเป้าหมาย B2B: ร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทั้ง 41 รายที่ดำเนินกิจการ พร้อมที่ตั้ง ช่องทางติดต่อ และความพร้อมด้านดิจิทัล เรียงตามทุนจดทะเบียน

มุมมองจาก Whale Task

อ่านร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในมุมระบบและข้อมูล — ธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ในพื้นที่ควรเริ่มจากจุดไหน

บทวิเคราะห์เฉพาะของหมวดร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประมวลจากตัวเลขในสแนปช็อตล่าสุดของ WhaleScope และแนวทางระบบที่ Whale Task ใช้กับธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์

ในตลาดร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้เล่นที่ยังเปิดอยู่มี 41 ราย (จากที่เคยจดทะเบียน 58 ราย) คิดเป็นราว 0.6% ของทั้งประเทศ ทุนรวม 120 ล้านบาท อัตราคงอยู่ในจังหวัด (71%) สูงกว่าระดับประเทศของหมวด (64%) — ตลาดที่ผู้เล่นอยู่รอดได้มากกว่าค่าเฉลี่ย คู่แข่งที่เหลือจึงแข็งแรงและอยู่มานาน ผู้เล่นกระจุกตัวในพระนครศรีอยุธยา (14) บางปะอิน (6) อุทัย (5) — สามอำเภอนี้รวมกันราว 61% ของผู้เล่นที่ยังเปิดอยู่ทั้งจังหวัด ผู้จดทะเบียนใหม่ของร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสามปีล่าสุด (2566: 1 ราย · 2567: 4 ราย · 2568: 3 ราย) ผู้เข้าใหม่ทรงตัว

เมื่อมองจากหน้างานของธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ ร้านยาส่วนใหญ่ยังนับสต๊อกที่หมดอายุได้ด้วยมือ จำประวัติลูกค้าประจำด้วยเภสัชกร และรู้ว่ายาล็อตไหนใกล้หมดอายุตอนหยิบ ตัวเลขที่ตัดสินกำไรคือยาที่หมดอายุบนชั้นและลูกค้าประจำที่กลับมาซ้ำ ความเสี่ยงคือเครือร้านยาขนาดใหญ่ที่แข่งด้วยราคาและระบบสมาชิก ร้านเดี่ยวจึงต้องชนะด้วยความสัมพันธ์ที่มีข้อมูลรองรับ ระบบแรกที่คุ้มคือ POS ที่คุมล็อตและวันหมดอายุพร้อมเตือนก่อนเสีย และประวัติลูกค้าที่ผูกกับการเตือนรับยาต่อเนื่อง — จุดเริ่มที่ Whale Task แนะนำให้ผู้เล่นส่วนใหญ่ของหมวดนี้

หัวตารางของร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในจังหวัด: เจคดา เฮิร์บ (5 ล้านบาท วังน้อย) เอสพี ดรัก สโตร์ 2020 (5 ล้านบาท พระนครศรีอยุธยา) พี ทู เอส เมดดิเคิล (4 ล้านบาท พระนครศรีอยุธยา) Whale Task เริ่มทุกงานจากการเข้าไปดูหน้างานจริงก่อนออกแบบระบบ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ในจังหวัดไหน เรื่องที่เลือกมาให้ธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเริ่มอ่านคือ ปิดยอดสิ้นวันแล้วเงินไม่ตรง: วางระบบปิดกะที่จับเงินขาด-เงินเกินได้ทุกวัน ไม่ใช่ปลายเดือน

มีร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยากี่ราย
ตามข้อมูลสาธารณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีนิติบุคคลหมวดร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ (TSIC 47721) ทั้งหมด 58 ราย ดำเนินกิจการอยู่ 41 ราย (อัตราคงอยู่ 71% เทียบระดับประเทศของหมวด 64%) ทุนจดทะเบียนรวม 120 ล้านบาท กระจุกตัวในพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน อุทัย — ประมวลโดย WhaleScope
ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาคือใคร
เมื่อเรียงตามทุนจดทะเบียน ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของร้านขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาคือ เจคดา เฮิร์บ (5 ล้านบาท วังน้อย) เอสพี ดรัก สโตร์ 2020 (5 ล้านบาท พระนครศรีอยุธยา) พี ทู เอส เมดดิเคิล (4 ล้านบาท พระนครศรีอยุธยา) — ข้อมูลสาธารณะประมวลโดย WhaleScope
ธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาควรเริ่มวางระบบจากจุดไหน
ระบบแรกที่คุ้มคือ POS ที่คุมล็อตและวันหมดอายุพร้อมเตือนก่อนเสีย และประวัติลูกค้าที่ผูกกับการเตือนรับยาต่อเนื่อง ตัวเลขที่ตัดสินกำไรคือยาที่หมดอายุบนชั้นและลูกค้าประจำที่กลับมาซ้ำ — แนวทางจาก Whale Task ประกอบข้อมูลสาธารณะที่ WhaleScope ประมวล

ดูโครงสร้างตลาดของหมวดทั้งประเทศ →ดูทุกหมวดธุรกิจในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา →