กลุ่มธุรกิจ พาณิชย์วิบูลย์ (1975)
เครือข่ายนี้ประกอบด้วย 6 บริษัทที่เชื่อมโยงกันผ่านกรรมการร่วม 6 คน ทุนจดทะเบียนรวม 380 ล้านบาท ในจังหวัดเชียงใหม่ — การจัดกลุ่มคำนวณจากข้อมูลกรรมการสาธารณะ โดยไม่นับบุคคลที่เป็นกรรมการเกิน 40 บริษัท (nominee)
บริษัทในเครือข่าย
6
กรรมการร่วม
6
ทุนรวม
฿380 ล้าน
จังหวัดที่ครอบคลุม
1
แผนผังเครือข่าย
โครงสร้างเครือข่ายจริงจากข้อมูลกรรมการ · โหนดสีม่วง = กรรมการร่วม — ชื่อกรรมการและสมาชิกทั้งหมดอยู่ในส่วนปลดล็อก
บริษัทหลักในเครือข่าย
สมาชิกอีก 3 บริษัท และแผนผังเครือข่าย
รายชื่อครบทุกบริษัท เส้นทางความเชื่อมโยงผ่านกรรมการ และมูลค่าทุนรายบริษัท
มุมมองจาก Whale Task
อ่านเครือข่าย พาณิชย์วิบูลย์ (1975) ในมุมระบบและข้อมูล — 6 บริษัทควรมองเห็นกันอย่างไร
6 บริษัทในเครือข่ายพาณิชย์วิบูลย์ (1975) เชื่อมกันผ่านคนเพียง 6 คน ทุนจดทะเบียนกระจุกตัวสูง — สามบริษัทแรกถือราว 98% ของทุนรวม 380 ล้านบาท ที่เหลือคือบริษัทบริวารที่ทำหน้าที่เฉพาะ เครือข่ายนี้ปักหลักอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ทั้งหมด ซึ่งมักหมายถึงทีมบริหารชุดเดียวดูแลทุกบริษัทจากที่เดียว 100% ของสมาชิกยังดำเนินกิจการอยู่ — เครือข่ายที่ยังทำงานเต็มตัว ไม่ใช่โครงสร้างที่เหลือแต่ชื่อ เครือข่ายนี้กระจายอยู่ใน 5 กลุ่มธุรกิจ นำโดยธุรกิจค้าปลีกและร้านค้า (2) ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการบริหารอาคาร (1) ธุรกิจค้าส่งและกระจายสินค้า (1) — กลุ่มที่ทำหลายธุรกิจพร้อมกันมักมีระบบคนละชุดต่อธุรกิจ และภาพรวมต้องรวมข้ามผัง
เมื่อธุรกิจถูกแบ่งเป็น 6 นิติบุคคล สิ่งที่หายไปคือภาพรวม — ยอดขาย ต้นทุน และเงินสดของทั้งกลุ่มมักต้องรวมจากหลายไฟล์ และรายการซื้อขายระหว่างกันคือจุดที่ตัวเลขไม่ตรงกันบ่อยที่สุด ธุรกิจหลักของเครือข่ายอยู่ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและร้านค้า — กำไรของค้าปลีกอยู่ที่ของที่ขายไม่ออกและเงินที่ไม่ตรงตอนปิดกะ — สองอย่างที่ระบบดีจับได้ทุกวัน ระบบที่กลุ่มขนาดนี้ได้ประโยชน์ที่สุดคือ ERP หลายบริษัทบนฐานเดียวที่ตัดรายการระหว่างกันให้อัตโนมัติ และแดชบอร์ดระดับกลุ่มที่ผู้บริหารเห็นทุกบริษัทในหน้าเดียวโดยไม่ต้องรอปิดงบ
พาณิชย์วิบูลย์ (1975) เซรามิค เซอร์เคิล และ เซรามิค เอาท์เลท คือสามบริษัทแรกตามทุนจดทะเบียน และบริษัทแกนอยู่ในหมวดร้านขายปลีกวัสดุก่อสร้างหลายชนิดรวมถึงวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือชนิดนำไปใช้ทำงานได้ด้วยตัวเอง ถ้าจะอ่านเรื่องเดียว สำหรับเครือข่ายแบบนี้เราชี้ไปที่ POS อย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่เชื่อมสต็อกและรายงาน: ทำไมยอดขายเยอะแต่กำไรไม่ขึ้น
ประมวลอัตโนมัติจากข้อมูลกรรมการสาธารณะในสแนปช็อตล่าสุด ร่วมกับแนวทางระบบของ Whale Task สำหรับกลุ่มที่บริหารหลายบริษัท
ค้าปลีกและร้านอาหาร · อ่าน 6 นาทีPOS อย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่เชื่อมสต็อกและรายงาน: ทำไมยอดขายเยอะแต่กำไรไม่ขึ้นPOS ที่ดีช่วยขายได้เร็ว แต่ถ้าไม่เชื่อมกับสต็อกและรายงาน เจ้าของก็ยังไม่รู้ว่ากำไรจริงอยู่ตรงไหน ของหายตรงไหน และเมนูหรือสินค้าไหนกำไรบาง บทความนี้อธิบายว่าทำไม POS อย่างเดียวไม่พอ และการเชื่อมสต็อกกับรายงานเปลี่ยนอะไร
ค้าปลีกและร้านอาหาร · อ่าน 6 นาทีสะสมแต้มหรือระบบสมาชิก: เลือกโปรแกรมสร้างลูกค้าประจำให้เหมาะกับร้านของคุณการสะสมแต้มกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อเพื่อแลกรางวัล ส่วนระบบสมาชิกเน้นการรู้จักลูกค้าและให้สิทธิ์พิเศษ ทั้งสองไม่เหมือนกันและเหมาะกับร้านคนละแบบ การเลือกผิดทำให้เสียงบทำโปรแกรมที่ลูกค้าไม่สนใจ บทความนี้ช่วยเลือกจากพฤติกรรมลูกค้าจริงของคุณ
ค้าปลีกและร้านอาหาร · อ่าน 7 นาทีระบบ POS สำหรับร้านในเชียงใหม่ — โจทย์เฉพาะของเมืองท่องเที่ยวที่ระบบทั่วไปมักตอบไม่ครบร้านในเชียงใหม่มีโจทย์ที่ร้านในเมืองอื่นไม่ต้องเจอ ทั้งยอดขายที่แกว่งตามฤดูท่องเที่ยว ลูกค้าต่างชาติที่จ่ายหลายช่องทาง เมนูสองภาษา และพนักงานพาร์ทไทม์ที่เปลี่ยนบ่อย บทความนี้อธิบายว่าระบบขายหน้าร้านควรรองรับอะไรบ้างสำหรับร้านในเมืองท่องเที่ยว
- กลุ่มธุรกิจ พาณิชย์วิบูลย์ (1975) มีกี่บริษัท และเชื่อมกันอย่างไร
- เครือข่ายของ พาณิชย์วิบูลย์ (1975) ประกอบด้วย 6 บริษัทที่มีกรรมการร่วมกัน 6 คน ทุนจดทะเบียนรวม 380 ล้านบาท ตั้งอยู่ใน 1 จังหวัด และ 100% ของสมาชิกยังดำเนินกิจการอยู่ — การจัดกลุ่มคำนวณโดย WhaleScope จากข้อมูลกรรมการสาธารณะ โดยไม่นับบุคคลที่เป็นกรรมการเกิน 40 บริษัท
- กลุ่มธุรกิจ พาณิชย์วิบูลย์ (1975) ทำธุรกิจอะไรบ้าง
- สมาชิกในเครือข่ายของ พาณิชย์วิบูลย์ (1975) กระจายอยู่ในธุรกิจค้าปลีกและร้านค้า 2 บริษัท ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการบริหารอาคาร 1 บริษัท ธุรกิจค้าส่งและกระจายสินค้า 1 บริษัท ธุรกิจโรงงานและการผลิต 1 บริษัท โดยบริษัทแกน (พาณิชย์วิบูลย์ (1975)) จดทะเบียนในหมวดร้านขายปลีกวัสดุก่อสร้างหลายชนิดรวมถึงวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือชนิดนำไปใช้ทำงานได้ด้วยตัวเอง — จัดกลุ่มตามรหัสธุรกิจที่จดทะเบียน ประมวลโดย WhaleScope
- บริษัทในเครือข่าย พาณิชย์วิบูลย์ (1975) ควรวางระบบอย่างไร
- กลุ่มที่แบ่งธุรกิจเป็น 6 นิติบุคคลมักได้ประโยชน์ที่สุดจาก ERP หลายบริษัทบนฐานข้อมูลเดียวที่ตัดรายการระหว่างกันอัตโนมัติ และแดชบอร์ดระดับกลุ่มที่ผู้บริหารเห็นทุกบริษัทในหน้าเดียว สำหรับธุรกิจแกนซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกและร้านค้า ค้าปลีกขนาดนี้มักมีหลายสาขาและหลายช่องทาง โจทย์คือ Omnichannel ที่สต๊อกและลูกค้าเป็นชุดเดียว และตัวเลขต่อสาขาที่ผู้บริหารดูได้ทันที — แนวทางจาก Whale Task ประกอบข้อมูลสาธารณะที่ WhaleScope ประมวล