กลุ่มธุรกิจ เอส.พี.ไอซ์(2556)

เครือข่ายนี้ประกอบด้วย 5 บริษัทที่เชื่อมโยงกันผ่านกรรมการร่วม 5 คน ทุนจดทะเบียนรวม 334.5 ล้านบาท ในจังหวัดอุตรดิตถ์ — การจัดกลุ่มคำนวณจากข้อมูลกรรมการสาธารณะ โดยไม่นับบุคคลที่เป็นกรรมการเกิน 40 บริษัท (nominee)

บริษัทในเครือข่าย

5

กรรมการร่วม

5

ทุนรวม

฿334.5 ล้าน

จังหวัดที่ครอบคลุม

1

แผนผังเครือข่าย

โครงสร้างเครือข่ายจริงจากข้อมูลกรรมการ · โหนดสีม่วง = กรรมการร่วม — ชื่อกรรมการและสมาชิกทั้งหมดอยู่ในส่วนปลดล็อก

เอส.พี.ไอซ์(2556)ทุน ฿135 ล้านสตาร์พิชัยทุน ฿80 ล้านสตาร์บ่อทองทุน ฿65 ล้านเอส.พี.ไอซ์(2556)

บริษัทหลักในเครือข่าย

สมาชิกอีก 2 บริษัท และแผนผังเครือข่าย

รายชื่อครบทุกบริษัท เส้นทางความเชื่อมโยงผ่านกรรมการ และมูลค่าทุนรายบริษัท

มุมมองจาก Whale Task

อ่านเครือข่าย เอส.พี.ไอซ์(2556) ในมุมระบบและข้อมูล — 5 บริษัทควรมองเห็นกันอย่างไร

5 บริษัทในเครือข่ายเอส.พี.ไอซ์(2556) เชื่อมกันผ่านคนเพียง 5 คน ทุนจดทะเบียนกระจุกตัวสูง — สามบริษัทแรกถือราว 84% ของทุนรวม 334.5 ล้านบาท ที่เหลือคือบริษัทบริวารที่ทำหน้าที่เฉพาะ เครือข่ายนี้ปักหลักอยู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์ทั้งหมด ซึ่งมักหมายถึงทีมบริหารชุดเดียวดูแลทุกบริษัทจากที่เดียว 80% ของสมาชิกยังดำเนินกิจการอยู่ ส่วนที่เหลือคือบริษัทที่ปิดไปตามวงจรของโครงการหรือธุรกิจ เครือข่ายนี้กระจายอยู่ใน 2 กลุ่มธุรกิจ นำโดยธุรกิจโรงงานและการผลิต (4) ธุรกิจโรงแรมและที่พัก (1) — กลุ่มที่ทำหลายธุรกิจพร้อมกันมักมีระบบคนละชุดต่อธุรกิจ และภาพรวมต้องรวมข้ามผัง

เมื่อธุรกิจถูกแบ่งเป็น 5 นิติบุคคล สิ่งที่หายไปคือภาพรวม — ยอดขาย ต้นทุน และเงินสดของทั้งกลุ่มมักต้องรวมจากหลายไฟล์ และรายการซื้อขายระหว่างกันคือจุดที่ตัวเลขไม่ตรงกันบ่อยที่สุด ธุรกิจหลักของเครือข่ายอยู่ในกลุ่มธุรกิจโรงงานและการผลิต — กำไรของโรงงานอยู่ที่ส่วนต่างระหว่าง BOM ที่วางไว้กับวัตถุดิบที่ใช้จริง — ตัวเลขที่ต้องเห็นทุกล็อต ไม่ใช่ทุกไตรมาส ระบบที่กลุ่มขนาดนี้ได้ประโยชน์ที่สุดคือ ERP หลายบริษัทบนฐานเดียวที่ตัดรายการระหว่างกันให้อัตโนมัติ และแดชบอร์ดระดับกลุ่มที่ผู้บริหารเห็นทุกบริษัทในหน้าเดียวโดยไม่ต้องรอปิดงบ

เอส.พี.ไอซ์(2556) สตาร์พิชัย และ สตาร์บ่อทอง คือสามบริษัทแรกตามทุนจดทะเบียน และบริษัทแกนอยู่ในหมวดการผลิตน้ำแข็งเพื่อการบริโภค ถ้าจะอ่านเรื่องเดียว สำหรับเครือข่ายแบบนี้เราชี้ไปที่ MES กับ ERP ต่างกันอย่างไร — โรงงานควรมีอะไรก่อน และเมื่อไหร่ที่ต้องมีทั้งคู่

ประมวลอัตโนมัติจากข้อมูลกรรมการสาธารณะในสแนปช็อตล่าสุด ร่วมกับแนวทางระบบของ Whale Task สำหรับกลุ่มที่บริหารหลายบริษัท

กลุ่มธุรกิจ เอส.พี.ไอซ์(2556) มีกี่บริษัท และเชื่อมกันอย่างไร
เครือข่ายของ เอส.พี.ไอซ์(2556) ประกอบด้วย 5 บริษัทที่มีกรรมการร่วมกัน 5 คน ทุนจดทะเบียนรวม 334.5 ล้านบาท ตั้งอยู่ใน 1 จังหวัด และ 80% ของสมาชิกยังดำเนินกิจการอยู่ — การจัดกลุ่มคำนวณโดย WhaleScope จากข้อมูลกรรมการสาธารณะ โดยไม่นับบุคคลที่เป็นกรรมการเกิน 40 บริษัท
กลุ่มธุรกิจ เอส.พี.ไอซ์(2556) ทำธุรกิจอะไรบ้าง
สมาชิกในเครือข่ายของ เอส.พี.ไอซ์(2556) กระจายอยู่ในธุรกิจโรงงานและการผลิต 4 บริษัท ธุรกิจโรงแรมและที่พัก 1 บริษัท โดยบริษัทแกน (เอส.พี.ไอซ์(2556)) จดทะเบียนในหมวดการผลิตน้ำแข็งเพื่อการบริโภค — จัดกลุ่มตามรหัสธุรกิจที่จดทะเบียน ประมวลโดย WhaleScope
บริษัทในเครือข่าย เอส.พี.ไอซ์(2556) ควรวางระบบอย่างไร
กลุ่มที่แบ่งธุรกิจเป็น 5 นิติบุคคลมักได้ประโยชน์ที่สุดจาก ERP หลายบริษัทบนฐานข้อมูลเดียวที่ตัดรายการระหว่างกันอัตโนมัติ และแดชบอร์ดระดับกลุ่มที่ผู้บริหารเห็นทุกบริษัทในหน้าเดียว สำหรับธุรกิจแกนซึ่งเป็นธุรกิจโรงงานและการผลิต โรงงานขนาดนี้มักมีระบบอยู่แล้วหลายตัว โจทย์คือ MES และ ERP ที่คุยกัน และ OEE ที่ผู้บริหารดูได้รายวัน — แนวทางจาก Whale Task ประกอบข้อมูลสาธารณะที่ WhaleScope ประมวล